UrbanSociety

เมนส์  (MENS) หรือ ประจำเดือน มีหลายชื่อ เช่น รอบเดือน ระดู เมนสตรูเอชั่น (MENSTRUATION<<ใครจะไปเรียกชื่อยาวขนาดนี้) คือ เลือดที่ไหลออกมาทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เลือดเสีย เป็นเลือดที่ออกมาจากมดลูก และ เป็นเลือดดีของร่างกาย เป็นเลือดที่เกิดจากการหลุดลอกของผนังมดลูกตามธรรมชาติถูกควบคุมโดยฮอร์โมนจากสมองและรังไข่ ถ้ามีประจำเดือน ก็แสดงว่าฮอร์โมนยังดีอยู่  จบ.


ผู้หญิง 80% ทั่วโลก มักเกิดความไม่สบายทางร่างกายและจิตใจ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอาการป่วยชนิดหนึ่งที่เรียกว่า PMS  หรือ Premenstrural Syndrome  บางรายเป็นหนักขนาดต้องสูญเสียสัมพันธภาพกับคนรักในช่วงนี้ (ถ้าคุณทะเลาะกับแฟนคุณ ด้วยเรื่องงี่เง่า ปัญญาอ่อน สันนิษฐานได้เลยว่า แฟนคุณ ประจำเดือนใกล้มาแล้ว)

 

การที่ผู้หญิงมีประจำเดือนนั้น โดยตัวมันเองแล้วก็เป็นเรื่องที่วุ่นวาย น่าเบื่อหน่าย ต้องลำบากระมัดระวังการซึมเปื้อนต่างๆ แม้จะมีแผ่นในดรายวีฟรองรับก็ตามที --ดังนั้น ขอร้อง อย่าเพิ่งมา "แมน" กันตอนนี้--

 

ผู้หญิงบางคนก็มีอาการเจ็บป่วยต่างๆนานาๆ ทั้ง ปวดท้อง ปวดหลัง ปวดไหล่ ท้องเสีย เป็นสิว เจ็บหน้าอก เดินไม่ไหว อ่อนเพลีย และปวดหัว สารพัด และมีตั้งแต่ระดับทนไหวจนถึงระดับต้องมีตัวช่วยคือ ใช้ยาแก้ปวดเลยทีเดียว  (ลองอ่านเคสที่อาการหนักๆที่นี่ http://topicstock.pantip.com/lumpini/topicstock/L3956564/L3956564.html) นั่นเป็นอาการทางกาย

 

ส่วนอาการทางอารมณ์ก็มีปรากฏให้เห็นกันเนืองๆตั้งแต่หดหู่ เครียด อารมณ์เสีย อารมณ์เสียง่ายกว่าปกติ   ขี้น้อยใจ งอแง ในบางรายอาการคล้ายๆปอปลงคือ กินสารพัดนั่นนี่นู่น ตัวกลมป๊อกแล้วบอกเป็นอาการบวมน้ำแบบนี้ต้องระวัง ยิ่งกว่านั้นอาการที่พบว่าเป็นแน่ๆทุกคน คือ โรคจิตวิตกกังวลเผลอเป็นมองก้นตัวเองตลอดเวลา เป็นคนเดียวไม่พอหากมีคนเดินข้างกายก็เรียกดูเรียกชมกันตลอดเวลาซะอีกแน่ะ

 

ที่สำคัญการเกิดอาการเหล่านี้ไม่มีสาเหตุทางชีวภาพที่แน่นอน แต่ที่แน่ๆคือ ช่วงนี้ระดับฮอร์โมนจะลดลงต่ำสุด ซึ่งเป็นผลทำให้ร่างกายเกิดโย่..โย่ว (แร๊พไปป่าวเนี่ย?) ออกอาการต่างๆนานา และอาการทั้งหมดนั้น เรา(ผู้หญิง)ต้องดูแลตัวเองซะเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น คุณผู้ชายทั้งหลาย หากพบเรามีอาการต่างๆข้างต้นก็ช่วย "อดทนกับฉันหน่อย..ได้ไหม?" ขอแค่เนี๊ยะ!


--นอกเรื่อง--สำหรับผู้มีอาการข้างต้น

อาการต่างๆนี้อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ก่อนมีประจำเดือนนี้ต่อเนื่องถึงขณะมีประจำเดือนด้วย ดังนั้น ให้จำกัดการบริโภคเกลือ น้ำตาล คาเฟอีนและแอลกอฮอล์ กินอาหารให้ครบทุกหมวดหมู่เน้นผักและคาร์โบไฮเดรต 

 

อ้อ..ที่สำคัญอย่าลืมออกกำลังกาย  การออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งสารเอนดอร์ฟีนซึ่งทำให้รู้สึกผ่อนคลายหายเครียดและช่วยแก้ปวดได้ทุกชนิด เทียบเท่ากับยาแก้ปวดขนานเอกเลยนะจะบอกให้ 


 

ฮึบ-ฮึบ-ฮึบ 
 
 
 
ฮึบ-ฮึบ-ฮึบ 

 

เชื่อไม๊ว่า ความเครียดก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การปวดเมนส์กลายเป็นการปวดอย่างร้ายแรงชนิดที่แทบจะเป็นลมได้เลย

และ - -

 

เชื่อไม๊ว่า อาจารย์ซูซาน ล้าค แห่งลอส อัลโตส แคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้ค้นคว้าและวิจัยมาแล้วพบว่า การเมกเลิฟบ่อยๆ และต้องให้ได้ขีดสุดยอด (ORGASM) จะช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนอย่างได้ผล! (นี่ลอกเค้ามาคำต่อนะ)  แต่อย่างไรก็ตามช่วงที่มีรอบเดือนเป็นช่วงที่ปากมดลูกเปิด เพื่อให้ประจำเดือนไหลออกมา และประจำเดือนก็เป็นอาหารสำหรับเชื้อแบคทีเรียจึงเป็นระยะที่เสี่ยงกับการติดเชื้อได้ง่าย ถ้าจะมีอารมณ์รักในช่วงนี้ ก็ควรระวังเรื่องของความสะอาดเป็นอย่างยิ่ง


เรื่องที่อยากจะเขียนคือเรื่องอะไร?

ข้อความข้างต้นทั้งหมดนั้นก้เขียนไปโดยคร่าวๆเพียงเพื่อแจ้งให้หนุ่มๆทราบว่า การมีประจำเดือนนั้นเป็นเรื่องปกติ (ถ้าไม่มีสิไม่ปกติ--ท้องชัวร์) และไม่ใช่เรื่องสกปรก และเป็นเรื่องที่เรากลุ้มใจจะตายชัก อย่ามาทำท่ารังเกียจรังงอนและเบื่อหน่ายกันในช่วงนี้  ขอร้องๆ


แหม..เลือดที่ออกมามันก็ธรรมดาเหมือนเวลามีดบาดนิ้วแล้วคุณมาดูดเลือดให้นั่นแหละ แค่มันออกมาจากตรงนั้น ก็เท่านั้นเอง!


ผู้ชายหลายคน(และผู้หญิงบางคน)เห็นว่า เลือดประจำเดือนนั้นเป็นสิ่งสกปรก น่ารังเกียจ น่าอาย  จับต้องไม่ได้   คุณผู้ชายบางรายเลยเถิดไปถึงการซื้อผ้าอนามัยให้ผู้หญิง ซึ่งเป็นแฟน/ภรรยาให้ไม่ได้ คือ ถ้าต้องไปซื้อให้นี่ประหนึ่งโดนทำลายเกียรติยศศักดิ์ศรีกันเลยทีเดียว บางคนใช้คำว่าไปซื้อให้ไม่ได้มันน่าเกลียด  อายเค้า  ฯลฯ


อันที่จริง  ในขณะที่คุณหนุ่มๆทั้งหลาย กำลังชิลๆสบายๆ ไม่มีอะไรมารุมเร้า(ทั้งอาการทางกายและทางจิต) แต่แฟนของคุณปวดท้องประจำเดือน หรือมีประจำเดือนอย่างกระทันหัน การที่คุณต้องเป็นฝ่ายเดินไปซื้อผ้าอนามัยให้นั้นไม่ใช่เรื่องเสียศักดิ์ศรีตรงไหน หนำซ้ำเป็นเรื่องน่ารักอย่างยิ่งในสายตาของเรา  เพราะนั่นแปลว่าคุณรักเรามากจนไม่มีอะไรที่ทำให้ไม่ได้ไงล่ะ การพูดว่า ผู้ชายซื้อผ้าอยามัยซึ่งเป็นของใช้ของผู้หญิงให้นั้นน่าเกลียด น่าอายนั้น เราก็ทำความเข้าใจอยู่ (แหม..ทีเวลาไปเลือกเสื้อชั้นในเซ็กซี่ไม่เห็นจะอายกันเลย! ที่สำคัญ กกน. ของพวกคุณ เรายังซื้อได้บางทีก็เป็นคนซักด้วยซ้ำ ไม่เห็นจะรังเกียจ เฮอะ!!) และในความเป็จริงถ้าไม่จำเป็นก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนเค้าจะกล้าเอ่ยปากให้คุณไปซื้อหรอก เชื่อเถอะ เราก็มียางอายเหมือนกัน อย่างไรก็ตามการบริการของคุณๆ สำหรับเราแล้วมันไม่ใช่ความเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ใช่ทำเอาหน้า ไม่ใช่การเอาใจ ตัดความรำคาญหรืออะไร  แต่มันเป็นความรัก ความห่วงใย ความเข้าใจที่คู่รักพึงมีต่อกันก็เท่านั้นเอง


ผู้หญิงช่วงนี้แปรปรวนจริงๆ อย่างแรงด้วย ขอบอก (ลองมาเจออาการทั้งกายและจิตดูบ้างว่าวันนั้นมันจะเฮงซวยขนาดไหน) ถ้าคุณทำอะไรแย่ๆใส่ ความผิดก็จะมากเป็น 2-3 เท่า แต่ในทางกลับกันถ้าคุณทำดีด้วยความน่ารักก็จะมากขึ้นเป็น 2-3เท่าเช่นกัน (ในบางรายอาจไม่เห็นผลทันตา แต่รับรองว่า เมื่อหมดช่วงวันนั้นของเดือน พวกเราจะรับรู้ถึงความน่ารักและความอดทนของคุณมากๆเลยล่ะ)


แถมท้าย

ปัญหาใหญ่ๆของผู้หญิงในโลกนี้ มี 4 ปัญหาหลักคือ

     1. ปัญหาทางจิต ( MENtal illness)

     2. ปัญหาปวดประจำเดือน ( MENstrual cramps)

     3. ปัญหาหัวใจ ( MENtal  breakdown)

     4. ปัญหาในวัยหมดประจำเดือน (MENopause)


ทีนี้รู้หรือยังว่า เมื่อผู้หญิงมีปัญหาสาเหตุมาจากผู้ชาย (MEN) ทั้งนั้นแหละ 

ดังนั้น ดูแลกันบ้างสิ!

 

 

.

.

.

.

.

 


 

เรื่องของเรื่อง


.

.

.

.

.

 

 

ขณะเขียนเอนทรี่

มีเมนส์ /(-_-')/

 

 

 

  

 

คอมพิวเตอร์ สื่อการสอนยอดนิยมสำหรับครูบาอาจารย์ยุคนี้ โรงเรียนไหนไม่มีสอนคอมพ์จะเชยระเบิดระเบ้อ การสอนคอมพ์ของโรงเรียนประถมฯก็มักต้องใช้ "ความสามารถพิเศษ" ของคุณครูเป็นส่วนใหญ่ (ขอไม่พูดถึงระดับชั้นอื่นละกันเพราะเรื่องนี่จะเขียนนี่ประถมล้วนๆ) สังเกตได้จากการขอเก็บ "ค่าสอนพิเศษคอมพิวเตอร์/เรียนพิเศษคอมพ์ฯ/ค่าบำรุงฯอุปกรณ์" (หรืออื่นๆ ตามแต่ทางโรงเรียนจะครีเอท)

ที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะนักเรียนประถมที่บ้าน (ก็หลานนั่นแหละ) เรียน ป.5 และประสบชะตากรรมจากเทคโนโลยีชนิดนี้ ซึ่งจะกล่าวต่อไปว่าปัญหาของมันคืออะไร

เริ่มจากทำความเข้าใจกันก่อนว่า...

ฉันไม่ได้แอนตี้การใช้คอมพิวเตอร์หรือแม้แต่การที่ผู้ปกครองต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อความรู้เสริมชนิดนี้ (โรงเรียนบางแห่งอาจจะไม่แยกเก็บแต่ก็รวมในค่าเทอมนั่นแหละ) เพราะฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้คอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน (เฉลี่ยวันละ 15 ชม.ทีเดียว) และตระหนักถึงคุณค่าและความจำเป็นที่เด็กจะต้องเรียนรู้การใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีอันมีเครือข่ายใยแมงมุม www เป็นขุมทรัพย์ข้อมูลมหาศาลในโลกยุคปัจจุบันของเรา

แต่ เกิดอะไรขึ้นในระบบการเรียนการสอนบ้านเรา?

นักเรียนประถมเปิดปิดเครื่อง / โปรแกรมต่างๆเป็น อันนี้ถูกต้อง เพราะเมื่อเริ่มใช้ก็ต้องเริ่มจากส่วนประกอบและการเปิดปิดนั่นแหละ พิมพ์ดีดเป็นแม้จะช้าแต่ก็เข้าใจได้ ใช้เม้าส์เป็นและเสิร์ชกูเกิลเป็น อันนี้ก็ถูกต้อง ทั้งหมดนี่จะเป็นการเรียนการสอนที่ดูดีมาก ถ้าหลังจากรู้วิธีใช้เบื้องต้นแล้วจะนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

แต่ในภาคปฏิบัติปรากฏว่า ...
ครูอาจารย์กลับสั่งรายงาน/การบ้าน โดยให้นักเรียนหาข้อมูลในเน็ต ซ้ำยัง Suppose ว่าทุกบ้านมีคอมพิวเตอร์และทุกครัวเรือนต่อเน็ตได้! เด็กบางคนไม่มีคอมพ์ หรือมีแต่ต่อเน็ตไม่ได้ก็ต้องแล่นไปร้านเน็ตเพื่อทำรายงาน เสียชม.ละ 20 จ้างเค้า Print อีกหน้าละ 5 บาท 10 บาทก็ว่าไป เท่านั้นยังไม่พอ การบ้านของเด็กก็คือ การเสิร์ชหาข้อมูลตามหัวข้อที่ตั้งให้จากฐานข้อมูลของ google >เปิดหน้าเว็บที่เลือก > Copy > Past ใน Ms.word ทันที! หลังจากนั้น จัดหน้าและพิมพ์ปก Print ส่งครู เป็นอันจบกระบวนการทำรายงาน

ถามว่า คุณได้ให้ความรู้อะไรจากคำสั่งการบ้านอย่างนี้ นอกจากคลิกขวา Copy > Past เป็น! สักแต่ว่าอยากให้ใช้คอมพิวเตอร์เป็น ความรู้อื่นไม่ต้องใส่ใจ ข้อมูลอื่นไม่ต้องจำ ซึ่งถ้านี่เป็นวิชาคอมพิวเตอร์เบื้องต้น จะไม่ว่าเลย

แต่ ขอโทษ ทำรายงานแบบนี้แทบจะทุกวิชาค่ะ!

อย่าแปลกใจเลยถ้าอนาคตลูกศิษย์จะไม่มีความรู้อะไรเลย เขียนหนังสือไม่ถูก อ่านหนังสือไม่ออก นั่นก็เป็นผลมาจากการเรียนการสอนแบบไฮเทคทั้งนั้น เขียนคำนำกับปกกันยังไม่เป็นเลย เห็นพิมพ์คำนำ "รายงานนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อการสอนให้ครู"!?! ถามว่าครูสอนคำนำแบบนี้เหรอ เค้าบอกไม่ได้สอนแต่เขียนแบบนี้ทุกที!?! ส่งงานครู ครูก็ไม่แก้ไขอะไรให้มันถูกต้อง รับไปสบายใจนักเรียนทำการบ้านส่ง จบ!  เวรกรรม!!อนาคตของชาติ

พอเห็นทีไรก็นึกโมโหทุกที การบ้านอะไรไร้ประโยชน์ขนาดนี้ เอาเวลาไปนอน ไปอ่านหนังสืออ่านเล่นยังมีประโยชน์กว่าอย่างน้อยก็สะกดคำเป็น! ไม่ต้องเสียสายตาตั้งแต่เด็ก

คอมพิวเตอร์มันมหัศจรรย์มาก มีประโยชน์ มีคุณค่ามากก็จริง แต่นักเรียนประถมฯนะคะ ถ้าพื้นฐานไม่ดีแล้วต่อไปจะเรียนรู้เรื่องได้ยังไง

มีคอมพ์แล้วอยากให้เด็กใช้คอมพ์ทำรายงานก็ให้เสิร์ชไปสิไม่ว่าอะไร แต่หลังจากนั้นช่วยสั่งการบ้านให้เป็นการเขียนด้วย จะลอกทั้งหมดจากหน้าเว็บหรือจับใจความสำคัญมาเขียนยังได้ประโยชน์ อย่างน้อยระหว่างเขียนยังได้อ่าน ระหว่างอ่านจะจับใจความสำคัญ/ย่อความเป็น พอเขียนจบก็ยังจำได้บ้างจะมากจะน้อยก็ยังได้บ้างดีกว่าศูนย์

หรือ

ถ้าจะเปลี่ยนเป็นให้หัดใช้คีย์บอร์ด หัดจัดหน้า หัดใช้โปรแกรมก็ให้นักเรียนอ่านแล้วพิมพ์จากในหนังสือเรียน อย่างน้อยระหว่างพิมพ์ก็ได้อ่าน ระหว่างอ่านก็ได้จำตัวสะกด พอพิมพ์เสร็จก็ได้ใช้คีย์บอร์ดเป็น จัดหน้าเป็น มีประโยชน์   มากกว่าเป็นไหนๆ ซึ่งอันนี้ต้องฝากครูทุกท่านด้วยเพราะผู้ปกครองไม่สามารถสั่งการบ้านได้ด้วยตัวเอง จะให้บอกลูกหลานว่าเขียนส่งสิมีประโยชน์กว่าก็คงโดนเถียงว่าครูให้ Print ส่ง (ไม่ได้ให้พิมพ์ส่งด้วยซ้ำ แต่ต่อให้มีคำสั่งว่าให้พิมพ์ส่ง คนสั่งก็คงต้อง "อ่อน" มากทีเดียว)                                             

เขียนในฐานะที่เคยเป็นเด็กนักเรียนประถมฯ เคยเป็นครูสอนพิเศษเด็กประถมฯ
และปัจจุบันทำงานเป็น Computer Graphic ได้ โดยไม่ต้องเรียนตั้งแต่เด็ก!!


เล็กๆน้อยๆ ด้วยหวังว่าจะเห็น "อนาคต" ดีขึ้น
ปล.เอนทรี่นี้ไม่ได้ระบุว่า ทุกโรงเรียน หวังว่าจะเข้าใจตรงกัน

ขอบคุณค่ะ