General

ร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานมหกรรมโลก

ประจำอาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) 

ในงาน The World Exposition Shanghai China 2010

ภาคภูมิใจกับการเป็นตัวแทนชาวไทยปฏิบัติหน้าที่ประจำอาคารศาลาไทยตลอดระยะเวลาจัดงาน

คุณสมบัติเบื้องต้น


นักศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป

เพศชาย และหญิง อายุไม่เกิน 35 ปี

มีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี หากสามารถสื่อสารภาษาจีน (แมนดาริน) ได้ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

มีความเป็นผู้นำ รู้จักแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี หากมีประสบการณ์ ในการร่วมกิจกรรมนอกหลักสูตร กับทางมหาวิทยาลัย หรือองค์กรต่างๆ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

 

หมายเหตุ

ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องสามารถเดินทางไปปฎิบัติหน้าที่ ณ อาคารศาลาไทย ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นระยะเวลาตั้งแต่ เมษายน – ตุลาคม 2553

ผู้ได้รับการคัดเลือกจะได้รับ ค่าตอบแทนในการทำงาน รวมถึง ที่พัก อาหาร 
และอื่นๆ ระหว่างการปฏิบัติงาน ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

กำหนดการรับสมัคร :
เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2552 ...(-_- อีก 15 วันเอง)

คลิ๊กเพื่อดาวน์โหลดใบสมัคร

ส่งประวัติพร้อมรูปถ่ายโดยละเอียดได้ที่ 
info@thailandexpo2010.com

ส่งใบสมัครได้ที่
545 ซ.ปรีดีพยมยงค์ 42 ถ.สุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110

สอบถามรายละเอียดได้ที่
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

โทร.02 725 9333 ต่อ 106 หรือ 386 

อ่านเพิ่มเติมที่นี่เลย    http://www.thailandexpo2010.com/th/recruitment/index.php


Tell Us Your WordPress Story and Win More Than $3000 Worth of Prizes

How did you get to know WordPress? Why did you choose WordPress? How did you fall in love with WordPress? What is your WordPress story?

We would love to know. And we have bundled in more than $3000 worth of cash and prizes for you. Are you ready?

My WordPress Story Contest

How to participate?

You have to be a WordPress user.

1.    Write a blog post about your WordPress story (and mention about this contest). Your story can include:

  • Why WordPress?
  • How you get to know WordPress?
  • Your experience using WordPress.
  • Any of your story related to WordPress.

2.    Submit your URL in the comment form here. (trackback works too)
3.    That’s all.

Rules

1.    We accept blog post written in English only.
2.    Word count doesn’t matter.
3.    Submit before 28th June 2009.

Total prizes worth $3000+

1st Prize Winner: $300 Cash (via PayPal) + WP Review Site Developer License from wpreviewsite.com worth $299 + Advanced WordPress Membership Plugin Site License from wp-member.com worth $32.99 + 6 Months Plus Membership from tutsplus.com worth $54 +  1 Year Themes Membership from elegantthemes.com worth $19.95 + WP Buddy Plan 1 Year Hosting Sponsorship worth $160/year.

2nd Prize Winner: $200 Cash (via PayPal) + WP Review Site Single Site License from wpreviewsite.com worth $97 + Advanced WordPress Membership Plugin Site License from wp-member.com worth $32.99 + 6 Months Plus Membership from tutsplus.com worth $54 + 1 Year Themes Membership from elegantthemes.com worth $19.95 + WP Freedom Plan 1 Year Hosting Sponsorship worth $80/year.

3rd Prize Winner: $100 Cash (via PayPal) + WP Review Site Single Site License from wpreviewsite.com worth $97 + Advanced WordPress Membership Plugin Site License from wp-member.com worth $32.99 + 6 Months Plus Membership from tutsplus.com worth $54 + 1 Year Themes Membership from elegantthemes.com worth $19.95 + WP Freedom Plan 1 Year Hosting Sponsorship worth $80/year.

Picking the winners

We will shortlist 30 entries where the public will vote for the 3 winners as Public Favorites. In addition, We will choose another 3 winners as Judge Favorites. This means there will be 6 winners in total.

Questions?

For any questions, feel free to post it in the comment form or email us at support@wpwebhost.com.

Featured Sponsors

tutsplus.com

 

ที่มา:http://wpwebhost.com/tell-us-your-wordpress-story-and-win-more-than-3000-worth-of-prizes/ 

ช่วงนี้มีเพื่อนหลายคนมาขอคำแนะนำเพราะเจอกับปัญหาคอมพ์เจ๊งกะบ๊ง (สงสัยเข้าหน้าร้อน--เกี่ยวไรฟะ) หลายคนเป็นสาวก PC ก็อยากหันมาใช้ MAC กะเค้าบ้างโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด โดยส่วนใหญ่เหตุผลว่า เห็นเค้าว่าแรง! เสถียร! Interface สวย! โปรแกรมใช้ง่าย! ฯลฯ ตามมาด้วยคำถามประเภทฆ่า(กู)ให้ตายดีกว่ามาให้ฟันธง คือ "MAC กับ PC อันไหนดี/น่าใช้/คุ้มค่า/น่าซื้อมากกว่ากัน?" 

 

โอย..เจอบ่อยเหลือเกินคำถามนี้ ก็เข้าใจอ่ะนะว่าถามเพราะเห็นเราเป็นคนใช้ MAC ที่ทำงานและใช้ PC ที่บ้าน เรียกว่า เป็น User ของทั้ง 2 OS เค้าก็คงอยากถามว่าอันไหน? ซึ่งคำตอบคือ (กู) ก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน 

 

จะให้นั่งเทียนตอบได้ยังไง(วะ) ก็ในเมื่อ MAC ที่ใช้ กับ PC ที่ใช้ มันไม่ใช่สเป็คเดียวกัน (ถามจริงเหอะ คุณว่า Core 2 กับ Core 2 Duo อันไหนน่าใช้กว่ากัน?) และจากประสบการณ์ที่พบ การทดสอบระบบประมวลผลของคอมพิวเตอร์ที่เก็บมาเป็นสถิติกันกันว่าอันนี้ดีอันนู้นไวนั่นน่ะ ส่วนใหญ่ทำกับ "Comp-Zing" (คือ คอมพิวเตอร์ที่ยังใหม่-สด-ซิง ยังไม่ผ่านการทำงานใดๆ เครื่องใหม่กิ๊กๆ ไฟล์ห่าเหวอะไรก็ไม่มีในเครื่อง ขยะ/คุ้กกี้/Temp ก็ไม่มี เต็มอิ่มไปด้วยทรัพยากรเครื่องฟูลออฟชั่น- ซึ่งถ้าจะซื้อมาวางไว้เฉยๆที่บ้านนั่งคลิกทดสอบประสิทธิภาพไปวันๆ ซื้อเครื่องไหนก็ได้ แม่_ไวหมดแหละ) ดังนั้น ผลที่ออกมาก็อย่าได้คิดเลยว่ามันจริงตามนั้นซะทั้งหมด เช่นเดียวกับตอนไปดูเค้าเทียบสเปค Core 2 กับ Core 2 Duo โอว...Core 2 Duo ไวกว่าเห็นๆคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ให้ดูเลยทีเดียว

 

แต่โอเค.. โดยรวมการพัฒนาอะไรใหม่ๆมันย่อมต้องดีขึ้นอยู่แล้ว ใครจะพัฒนาแล้วเลวลงนอกจากโทรศัพท์มือถือบางยี่ห้อที่ออกรุ่นใหม่ๆแต่ฟังก์ชั่นขาดๆเกินๆ (เพิ่มกล้อง 3 เมกแต่ก็ตัดวิทยุอะไรทำนองนั้น) แต่ทุกการพัฒนาคุณค่ามักมาพร้อมราคาเสมอ ทีนี้จะคุ้มหรือไม่? ใครล่ะที่ต้องเป็นคนตัดสินใจถ้าไม่ใช่ตัวเอง

 

 

สดๆร้อนๆ กับเพื่อนผู้น่าด่าที่สุดคนหนึ่ง.... 

:::MSN:::เช้านี้:::

หนูน้อย PC: "ตกลงซื้อไรดีวะ ถึงจะคุ้ม"

"ไม่รู้ว่ะ แล้วแต่คนใช้มันใช้งานยังไง" 

 

หนูน้อย PC: "เฮ้ย ใช้อยู่ไม่รู้ได้ไงวะ"

"เอ๊า แล้วแกจะใช้ทำอะไรบ้างล่ะ จะได้แนะนำถูก"

 

หนูน้อย PC: "อือ ก็ทำงานนิดๆหน่อยๆ ดูหนัง ฟังเพลง เล่มเกมส์บ้าง"

(นึกในใจ-โถ...ถ้ามึงใช้แค่นั้นไปประกอบ PC เอาเห๊อะ ถูกโคตร)

"ทำงานอะไรล่ะที่ว่านิดๆหน่อยๆ งานกราฟิก? 3D?"

 

หนูน้อย PC: "ก็พวกพิมพ์งาน ดูรูปอะไรประมาณนั้น"

(นึกใจใจ-ประกอบ PC มึงได้ประกอบแน่ เดี๋ยวๆ)

"แค่นั้นเหรอ อืม แล้วเกมส์ล่ะ เล่นเกมส์ออนไลน์ เกมส์ 3D ขนาดนั้นเลยป่าว?"

 

หนูน้อย PC: "ก็เล่นนะ แต่ไม่บ่อยหรอก ไม่เน้น ส่วนใหญ่ดูหนังมากกว่า"

(นึกในใจ-เอาวะ กูฟันธงให้ก็ได้)

"งั้นใช้ PC เหมือนเดิมแหละ ในงบที่เท่ากันแล้วได้สเปคสูงกว่าเยอะ

เกมส์ก็มีเล่นเยอะแล้วก็ไม่มีปัญหากับคนอื่นด้วย เพราะคนส่วนใหญ่ใช้ PC

แล้วงานเอกสารที่ต้องส่งหากันมันก็จะไม่มีปัญหานะ"

 

หนูน้อย PC: "อ้าว แล้วถ้าทำกราฟิกล่ะ MAC ดีกว่าไม่ใช่เหรอ เค้าว่ามันเสถียร"

(นึกในใจ-เอ๊ะ เอาไงวะเมื่อกี้บอกไม่ใช้งานกราฟิก แค่ดูรูป แล้วมึงจะเอาเสถียรทำหอกไรเนี่ย)

"ก็ไม่ได้ใช้นี่ งานกราฟิกไม่ได้หมายถึงแค่ดูรูปนะ หมายถึงพวกโปรแกรม PSD/IllUS/3D/FLASH

อะไรประมาณนั้นเลยนะ"

 

หนูน้อย PC: "เฮ้ย PSD ก็มีใช้บ้าง ส่วนอย่างอื่นก็อาจจะเล่นๆบ้างว่าจะหัดอยู่"

(นึกในใจ-เฮ้อ...กูจะบ้าตาย อีพวกนี้ ตัวเองยังไม่รู้เลยว่าจะทำอะไรเสือกจะมาให้แนะนำ)

"ถ้าจะเผื่อๆไปเลยก็ใช้ MAC ก็ได้ เครื่องรุ่นต่ำๆ แบบมินิ ก็ซัก 3-4 หมื่น ไม่รวมจอนะ"

 

หนูน้อย PC: "โห...โครตแพงเลย ซื้อ PC ดีๆได้เลยนะเนี่ยราคานี้"

(นึกในใจ-นี่มึงเพิ่งรู้เรอะว่าราคามันต่างกันขนาดนี้)

"ก็ใช่ นี่ยังไม่รวมพวก  Hard Lock อุปกรณ์เสริม เพิ่มแรมเทือกๆนั้นนะ ราคาแพงกว่า PC อีก"

 

หนูน้อย PC: "เออว่ะ MAC แม่งแพง ซ่อมก็ยาก ใช้ก็ไม่เป็น กูว่ากูซื้อ PC เหมือนเดิมดีกว่า"

(นึกในใจ-กูว่าแล้ว แม่_ เอ๊ย เสียเวลาจริงๆ)

 

หนูน้อย PC: "เออ เค้าว่า  Core 2 Duo เร็วกว่าจริงป่ะ"

"ไม่ได้ใช้ว่ะ ไม่รู้"

 

หนูน้อย PC: "ไม่รู้ได้ไงวะ คนในวงการแท้ๆ"

(นึกในใจ เอ้า ไอ้นี่...กูวงการกราฟิกกับโฆษณา ไม่ใช่ โปรแกรมเมอร์หรือช่างเทคนิค)

"ก็ไม่ได้ใช้นี่หว่า"

 

หนูน้อย PC: "ไม่เคยไปดูที่เค้าเทสต์เลยหรือไง"

"เคย แต่ว่าคอมพ์เทสต์มันซิงไปว่ะ ยังไม่ได้ใช้งาน เทสต์ยังไงก็เร็ว มันต้องลองขณะใช้ หรือใช้ไปนานๆแล้วยังเร็วอยู่ถึงจะดี"

 

หนูน้อย PC: "แล้วใครจะไปรู้วะ"

"ก็ต้องถามคนที่เค้าใช้ไง เค้าจะตอบได้ดีกว่าคนที่เทสต์เครื่องว่าอันไหนดีอันไหนไม่ดีแล้วคุ้มรึป่าวกับเงินที่ต้องเสียเพิ่มอ่ะ"

 

หนูน้อย PC: "แล้วมีใครใช้ป่าว" 

"ที่นี่ (ออฟฟิศ) ไม่มีว่ะ"

 

หนูน้อย PC: "แล้วกูจะรู้ได้ไง"

"กูก็ไม่รู้เหมือนกัน"

 

หนูน้อย PC: "โห่...ช่วยไรไม่ได้เลย ในที่สุดกูก็ต้องซื้อ PC แถมยังไม่รู้เหมือนเดิมว่าจะซื้อ Core 2 Duo ดีป่าว"

---เชี่ยนี่--- )

 

ดีนะ ไม่ใช่เพื่อนรัก ถ้าเพื่อนรักแม่_กวนตี_ ขนาดนี้

มีเลิกคบ ชัวร์!! (นึกแล้วยังเคืองไม่หาย )

 

 

 

ทิ้งท้าย--เอาล่ะ ในฐานะที่เป็น USER ทั้ง 2 OS จะขอลงบันทึกประมวลการใช้คอมพิวเตอร์ MAC และ PC ที่ใช้งานกราฟิก (เรื่องดูหนัง-ฟังเพลง-ดูรูปนี่ไม่เอามาคิดเลย เด็กๆไป) มาแล้ว 3 ปีไว้ ณ ที่นี้ เพื่อเป็นแนวทางกว้างๆๆๆๆประกอบการตัดสินใจกันเองนะคะ

 

 

 

 

PC 

ข้อดี ราคาไม่แพง โปรแกรม Support เยอะ เกมส์แยะ ซ่อมง่าย อุปกรณ์ซ่อม+เสริมไม่แพง เปิด-ปิดช้าลงเรื่อยๆ (แต่คาดว่าน่าจะเป็นความผิดของเจ้าของที่ไม่ค่อยจะ Defrag เครื่อง 55)

 

ข้อเสีย มีปัญหาบ่อยทั้ง Hardware และ Software รวมถึงตัว Window เอง ทำงานกราฟิกหนักๆแล้วเครื่องจะแฮงค์ พรีวิวช้า จนถึง Not Responding บ่อย ต้องใช้ความอดทนในการรอ เพราะถ้าไม่ชิง End Task ซะก่อนเทวดาในเครื่องอาจจะเห็นใจให้มันกลับมา Respond ได้อีก ไม่เชื่อลอง(รอ)ดู! และข้อเสียสุดท้ายคือ มีคนผลิตไวรัสไว้รอถล่มมากจนเผลอไม่ได้เชียว!

 

 

MAC 

ข้อดี ปัญหาเรื่อง Software มีน้อย แต่ปัญหาเรื่อง Hardware นั้นไม่ค่อยอยากคอนเฟิร์มว่าน้อยเพราะถึงแม้อัตราการพบปัญหาจะน้อยกว่า PC แต่มีความรุนแรงมากกว่า คือ ดับไปเลยไม่สามารถกระตุ้นให้ฟื้นแม้เสี้ยววิ (ในกรณีเดียวกันเครื่อง PC อาจยังเข้า Safe Mode ได้) ทำงาน Smooth ไม่ค่อยแฮงค์ มีบ้างที่ช้าแต่ก็ไม่ถึงกับ Not Responding ถ้าไม่ไหวจริงๆท่านก็จะปิดตัวเองไปหน้าตาเฉย ไม่บอกกล่าวล่วงหน้า (ขาดความรับผิดชอบมาก ผู้ใช้อาจจะหัวใจวายตายได้ในกรณีนี้) ปิด-เปิดเครื่องเร็ว (แม้จะไม่เคย Defrag เช่นกัน)ไวรัสน้อยกว่า PC หลายเท่า Interface สวยงาม โปรแกรมที่ผลิตจาก Apple โดยตรงนั้น ใช้งานโครตง่าย!! และเดี๋ยวนี้ยังสามรถใช้โปรแกรม WindowXp และ Window Vista บน Mac ได้อีกด้วย!

 

ข้อเสีย ราคาแพง โปรแกรม Support มีน้อยกว่า PC  ผู้ผลิตเกมส์ Support OS MAC ยังมีไม่มาก ค่าซ่อมแพง อุปกรณ์ก็แพงทั้งซื้อมาซ่อมและซื้อมาเสริม  (สรุปสั้นๆ-ซื้อแมคต้องมี "เงิน")

 

 

 

อย่างไรก็ตาม เครื่องมือเครื่องใช้อะไรก็ตามหากซื้อมาแล้วไม่ใช้ ใช้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ (แบบพวกที่ซื้อมือถือ Symbien แต่ไม่เคยใช้อะไรนอกจากรับสายกับถ่ายรูป) ต่อให้ราคาจะถูกแค่ไหนก็เรียกได้ว่า "ไม่คุ้ม" ทั้งนั้น และถ้าจะให้อยู่คู่กันตราบฟ้าดินสลายก็ จงอย่าลืมว่า ทุกสิ่งทุกอย่างต้องได้รับดูแล รักษา ทำนุบำรุง ด้วยความเอาใจใส่ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะ คน สัตว์ หรือสิ่งของ!

 

นะจะบอกให้!

 

 

ปล. กรุณาอย่าเอาอย่างคนใน M ข้างต้น ผู้ปกครองควรชี้แแนะ

 

 

 

 

 

ปล2.  คลิกที่นี่หน่อยครับ/ค่ะ! ร่วมด้วยช่วยโหวตกันหน่อย ครบ 100 Vote แล้วจะเขียนเอนทรี่! (สำหรับคนที่โหวตไปแล้วก็--ขอบคุณมากครับ/ค่ะ) 

พักนี้ไม่รู้พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกอย่างไรไม่ทราบ ทำงานไปไม่ได้ดั่งใจซักอย่าง ดีไซน์ไปอย่างได้ออกมาอีกอย่าง หลายตัวแล้วนะเนี่ย ทำไมน๊อ เวลาที่ทำ "ฝิ่น" ถึงไม่เค๊ยไม่เคยมีปัญหาอะไรแบบนี้เล้ย พอจับงานออฟฟิศเท่านั้นแหละ เป็นเรื่องทุกที เฮ้อ...กว่าจะหลุดมาได้แต่ละตัว เซ็งจิต!

 

 

ไอ้ความเก่งนี่บางทีมันก็ต้องอยู่ให้ถูกที่เหมือนกัน คนบางคนนึกว่าตัวเองเก่งซะเต็มประดา โชว์พาวตลอดเวลา นั่นก็รู้ นี่ก็รู้ โน่นก็ทำได้ ไม่รู้เป็นอัจฉริยะมาแต่ชาติปางไหน เก่งซะจนเพื่อนร่วมงานเซ็งกันเป็นแถวๆก็มี

เอนทรี่นี้ไม่มีอะไร แค่ระบายความเซ็ง!.....

อ้อ นี่อีก... เค้กครบรอบ 7 เดือนของเราเมื่อวานนี้
ตอนสั่งๆไปแบบนึงตอนไปรับได้มาอีกแบบนึง

เฮ้อ...แม้แต่เค้กยังไม่ได้อย่างสั่ง นี่ยังดีนะที่อร่อย ไม่งั้นมีเรื่อง!

 

เอาล่ะ...หลังการระบาย
จะทิ้งเอนทรี่ไว้อย่างไร้ประโยชน์ก็ดูจะ
"รก" บล็อกซะเปล่าๆ

คิดได้ดังนั้นจึงจะนำเอาประเภทของ Graphic Designer มาแจกแจงให้พี่ๆน้องๆหลานเหลนโหลน ผู้มีใจรักฝักใฝ่งานด้านนี้ได้รู้แจ้งกันว่า Graphic Designer แต่ละประเภทที่เค้าเรียกๆกันนั้น มีความแตกต่างกันยังไงบ้าง เพื่อจะได้ตอบคำถาม "อยากทำงานอะไร?" ได้ถูกต้องกันมากขึ้นนั่นเอง

ก่อนอื่นมารู้จักคำว่า กราฟิก (Graphic) กันก่อน

คำว่า กราฟิก (Graphic) ที่มักเขียนผิดเป็น กราฟิกส์ กราฟิกส์ กราฟิก นั้น มีรากศัพท์มาจากคำว่า "Graphikos" ในภาษากรีก แปลว่า การวาดเขียน หรือ คำว่า "Graphein" ที่แปลว่า การเขียน ซึ่งมีผู้ให้นิยามไว้หลายลักษณะ ดังนี้

- ศิลปะอย่างหนึ่งที่แสดงออกทางความคิดโดยการใช้เส้น รูปภาพ ไดอะแกรม ฯลฯ

- การสื่อความหมายด้วยภาพวาด ภาพสเก็ชแผนภาพ ภาพถ่าย ที่ต้องอาศัยศิลปะและศาสตร์เข้ามาช่วย เพื่อให้ผู้ดูเกิดความคิดและตีความหมายได้ตรงตามที่ผู้สร้างสรรค์ต้องการสื่อ

- โสตทัศนวัตถุที่ผลิตขึ้นเพื่อแสดงสัญลักษณ์หรือความหมายของสิ่งหนึ่งสิ่งใด ทำให้ผู้ดู มองเห็นความจริง หรือความคิดอันถูกต้องชัดเจนจากกราฟิกส์นั้นๆ

- การพิมพ์ การถ่ายภาพ และการทำหนังสือ

โดยสรุป  กราฟิก หมายถึง ศิลปะแขนงหนึ่งซึ่งใช้สื่อความหมายด้วยเส้น สัญลักษณ์ รูปวาด ภาพถ่าย กราฟ แผนภูมิ การ์ตูน ฯลฯ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายข้อมูลได้ถูกต้องตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการ 

Graphic Designer คือ นักออกแบบกราฟิก
ซึ่งมีชื่อตำแหน่งต่างๆมากมายหลายประเภท แต่ละตำแหน่งต่างกันยังไง?

 

Web Graphic Designer  คือ นักออกแบบเว็บไซต์ ฟังก์ชั่นในการทำงานคือ การออกแบบหน้าเว็บเพจ ซึ่งในกรณีที่ได้อยู่บริษัทใหญ่ๆ จะมีการแบ่งประเภทงานชัดเจน คนออกแบบหน้าเว็บก็ออกแบบแต่หน้าตาไม่ต้องลงลึกว่าจะ Active ยังไง Link ไปไหน ใช้ Program อะไร Support ฯลฯ (ตำแหน่งที่ต้องลงลึกในส่วนนี้จริงๆ มีชื่อว่า Programmer ซึ่งจะต้องเรียนเกี่ยวกับการเขียน Program มา ไม่ใช่ เรียนนิเทศศาสตร์หรือนิเทศศิลป์--เพิ่มเติม คนที่ชอบจริงๆหรือสนใจศึกษาด้วยตนเองก็สามารถทำได้เหมือนกันเพียงแต่แนะนำว่าเวลาจะเลือกเรียนนั้น ถ้าอยากเป็น Programmer ก้เลือกให้ถูกซะตั้งแต่เนิ่นๆ) แต่ถ้าไปอยู่บริษัทเล็กๆ ก็เห็นควรเป็นอย่างยิ่งว่าจะต้องเพิ่มความสามารถด้านโปรแกรมให้มากขึ้น หลากหลายโปรแกรมมากขึ้น เช่น Flash / Dreaweaver / Image Ready เป็นต้น ยิ่งถ้าสามารถเขียนระบบ E-commerce ได้ก็จะเป็นที่ต้องการมากขึ้น

Advertising Graphic Designer คือ ข้าพเจ้าเอง นักออกแบบกราฟิกประเภทนี้มักจะสิงอยู่ใน Advertising Agency ซึ่งแผนกต้นสังกัดจะเท่ห์มากคือ แผนกครีเอทีฟ Advertising Graphic Designer จะเป็นนักออกแบบที่ต้องอยู่กับสินค้านานาชนิด ทำงานออกแบบได้หลายประเภททั้งสิ่งพิมพ์  บิลบอร์ด แพคเกจ โปรแกรมหลักๆที่ ต้องทำได้ทำคล่องคือ Illustrator และ Photoshop (เดี๋ยวนี้ถ้าสามารถทำ 3DMax ได้ด้วยจะเป็นการดีมาก) ในเอเยนซี่ใหญ่ๆอย่าง Ogilvy (คนที่อยากทำงานในวงการโฆษณาควรอย่างยิ่งที่จะทำความรู้จักเอเยนซี่ดังๆไว้ให้มาก ถ้าไม่รู้จักก็ไปทำความรู้จักใน Google ซะนะคะ ก่อนจะไปปล่อยไก่ตอนสมัครงาน) การทำงานโดยส่วนใหญ่นั้นมักจะทำควบคู่กับ Art Director [AD] คือ AD คิด และ Graphic ทำออกมาตามที่คิด ส่วนในเอเยนซี่เล็กๆ 2 ตำแหน่งนี้จะทำหน้าที่รวมกันเป็น 1 คือ คิดเองแล้วทำ (ซะ) ด้วย  (ซึ่งเป็นลักษณะเอเยนซี่ที่เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดในสมัยนี้)

การทำงานในบริษัทโฆษณามีแรงจูงใจที่ดีมาก 2 ประการคือ เงินดี และมีถ้วย คือ มีเวทีให้ทำงานประกวดมากมาย (ทั้ง AD และ Graphic) ถ้าฝีมือดีๆ ได้รางวัลจาก Cannes ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการ สามารถที่จะ Up เงินเดือน* แบบข้ามขั้นทีเดียวนะ (*ขึ้นอยู่กับนโยบายบริษัท) คนที่เป็น Graphic ที่แม่นๆเรื่อง Concept หรือมีไอเดียบรรเจิดจะสามารถเปลี่ยนไปสู่ตำแหน่ง AD ได้ไม่ยาก

 

Graphic Designer / Artist ประจำ Graphic House นักออกแบบประจำ Graphic House จะมีลักษณะการทำงานคล้ายเอเยนซี่แต่ไม่มี AD มาเกะกะระราน (เขียนเวอร์ไปงั้นแหละน่า เดี๋ยวจะโดนบรรดา AD มารุมด่าเอา) ทำงานตามใจฉัน ลักษณะงานจะ Freeform มากกว่าทำงานใน Advertising Agency คือ สามารถทำงาน Art มันส์ๆ แปลกแหวกแนวได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง Format บังคับ หรือ Coperate Identity ของลูกค้ามากนัก (เช่น โลโก้ต้องอยู่มุมบนซ้าย พื้นขาว ห่างจากขอบ 2 นิ้ว โดยมี Space ว่างๆ รอบโลโก้ไม่น้อยกว่า 2 นิ้ว ฯลฯ) นักออกแบบประจำนิตยสารก็จัดอยู่ในประเภทนี้เช่นกัน

         

Graphic Designer ประจำบริษัท หรือหน่วยงานต่างๆ เรียกอีกอย่างว่า In-House เป็นนักออกแบบที่มีสังกัดแน่ชัด องค์กรใดองค์กรหนึ่ง แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง หรือเครือใดเครือหนึ่ง อันนี้จะค่อนข้างโฟกัสงานไปเลย ไม่มีความหลากหลายแต่ข้อดีคือ ไม่สับสน ทุ่มเทคิดถึง Product ตัวเองเพียวๆไปเลย คนที่เลือกทำกราฟิกในลักษณะเป็น In-House นั้นควรจะเป็นคนที่ไม่ชอบความหลากหลาย เพราะเมื่อเป็น In-House ให้กับที่ไหนก็จะต้องวนเวียนออกแบบสิ่งนั้นไปตลอด อาจจะเปลี่ยนสื่อหรือเปลื่ยนการออกแบบ แต่ก็ไม่หนี Product เดิมๆ เช่น เป็น In-House ให้กับยาหม่อง ก็ต้องทำแต่ยาหม่องไปเรื่อยๆ อาจจะเป็นกล่องยาหม่อง โฆษณายาหม่องในหนังสือพิมพ์ ยาหม่องในแมกกาซีน ยาหม่องในเว็บ แต่ก็ยังคงเป็นยาหม่องตลอดเวลา (เข้าใจป่าวเนี่ย?) ไม่เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับบางคนที่ไม่ชอบทำงานแบบเดิมซ้ำๆ กันเพราะจะเบื่อและพาลอยากเปลี่ยนงานเป็นที่เดือดร้อนของบริษัทไปซะอีก

 Art Director เป็นนักออกแบบประเภทนักคิด ไม่จำเป็นต้องเก่งด้านโปรแกรมออกแบบ*มากก็ได้ (*ในบางบริษัทนะ) แต่ ต้อง แม่นเรื่อง Concept และมีความคิดแหวกแนว โดดเด่น คิดนอกกรอบ ชอบคิดค้นหาไอเดียใหม่ๆมานำเสนอตลอดเวลา มักอาศัยอยู่ใน Advertising Agency โดยแบ่งความรับผิดชอบด้านไอเดียออกไปทำควบคู่กับ Copy Writer (แปลตรงตัวเลย - คนเขียนคำโฆษณา) เสร็จแล้วจึงส่งต่อให้ Graphic  Designer นำเสนอ Visual / Lay-Out หรือเขียน Story Board (สำหรับงาน TVC) ต่อไป

   

Animator นักออกแบบอนิเมชั่น หรือ ภาพเคลื่อนไหว (ส่วนใหญ่จะออกแนวการ์ตูน ดังนั้นผู้สนใจควรมีความสามารถในการเขียนการ์ตูน) ผู้ออกแบบงานประเภท Flash Animation ตามมือถือและเว็บไซต์ต่างๆก็รวมอยู่ในประเภท Animator เช่นกัน ในปัจจุบันวงการโฆษณาก็หันมาใช้ Animation ประกอบในหนังโฆษณามากขึ้น ในอนาคตนักออกแบบอนิเมชั่นคงจะเป็นที่ต้องการมากขึ้นในอนาคต สำหรับสตูดิโอที่ดังๆ ด้านนี้ คือ Kamtana Animation (ผู้สร้าง จ๊ะทิงจา กะ ก้านกล้วย นั่นแหละ) และ Vithita Animation (ผู้สร้าง ปังปอนด์ อนิเมชั่น - -นอกเรื่อง เดิมทีปังปอนด์เป็นเพียงการ์ตูนตอนหนึ่ง ต่อมาถีบตัวเองขึ้นมาฉายเดี่ยวและพัฒนาเป็นปังปอนด์อนิเมชั่นในที่สุด โอ...โตไวจริงๆ--) และสำหรับผู้ที่สนใจเรียนด้านนี้โดยตรงก็แนะนำให้ไปเรียนที่ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.รังสิต ภาควิชา Computer Art จะดังสุดและมีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมใช้มากที่สุด

Motion Graphic Designer นักออกแบบภาพเคลื่อนไหว งงอ่ะดิ๊ ว่าต่างจาก Animator ตรงไหน ต่างกันตรงที่ Motion Graphic จะเป็นนักออกแบบที่ทำงานกราฟิกประกอบภาพยนตร์นั่นเอง บริษัทที่มีชื่อเสียงในด้านนี้คือ ฟีโนมีนา และแมชชิ่ง สตูดิโอ

   

Environmental Graphic Designer นักออกแบบกราฟิกในนิทรรศการและบูท รวมถึงการออกแบบตกแต่งภายใน-ภายนอกห้างหรืออาคารต่างๆ (นอกเรื่อง-อันนี้ก็เคยทำมาก่อนเข้าวงการโฆษณา) นักออกแบบประเภทนี้ควรอย่างยิ่งที่จะมีความรู้ด้านวัตถุสามมิติ Interior Design  Booth ด้วย ผู้ที่สนใจสามารถเลือกเรียนโดยตรงที่คณะศิลปกรรม จุฬาลงกรณ์ฯ ภาควิชานิทรรศการศิลป์

Illustrator / Digital Artist นักออกแบบภาพประกอบ (ทั้งหนังสือ นิยาย นิตยสาร) ยกตัวอย่างแบบเห็นภาพเลยคือคุณแป้ง-ภัทริดา ประสานทอง ถ้ายังนึกไม่ออกลองดูตัวการ์ตูนนี้

  

ใช่แล้ว! นักออกแบบภาพประกอบโดยส่วนใหญ่มักจะมีคาแรคเตอร์ภาพเป็นของตัวเอง มีสไตล์ ทักษะและเทคนิคที่โดดเด่นมากพอจึงจะมีงานต่อเนื่อง ลักษณะการทำงานจะทำแบบศิลปิน ไม่สังกัดบริษัท ไม่มีเวลาและสถานที่ทำงานแน่ชัด อาจจะไปนั่งสตาร์บัคส์แล้ววาดก็ได้ตามสะดวก ผู้มีใจรักงานด้านนี้ควรจะมีใจรับผิดชอบต่องานและตรงต่อเวลาเป็นที่ตั้งด้วย

 

Visualizer / Digital Artist  นักออกแบบประเภทตกแต่งภาพ (Retouch) จะทำงานตามที่กราฟิกหรือ AD กำหนดมาซะเป็นส่วนใหญ่ ลักษณะงานมีทั้งโปสเตอร์หนัง ภาพประกอบหนังสือ ภาพคนหรือแม้แต่ภาพโฆษณา โดยจะต้องมีความสามารถด้านโปรแกรม Photoshop ในระดับโครตเซียน (เหนือกว่าระดับคนทำ Graphic Design ทั่วไป) จะต้องสามารถสร้างภาพจากอากาศธาตุได้ เก็บรายละเอียดเนี้ยบ คนทำงานประเภทนี้ได้ค่าตอบแทนจะสูงมาก คิดเป็นภาพต่อภาพเลยทีเดียว (ที่ออฟฟิศจ้างรีทัชตกภาพละเกือบหมื่นเชียวนะ) แต่อาจจะต้องแลกกับการอดหลับอดนอน บริษัทที่มีชื่อเสียงด้านนี้คือ  Illusion, remix , Zone Retouch เป็นต้น

Freelance Designer นักออกแบบอิสระ มี 2 ประเภทคือ ทำเป็น Freelance จริงๆกับคนที่รับทำเป็นรายได้เสริมจากเวลางานประจำ (เรียกง่ายๆว่า "ฝิ่น") แบบหลังจะเหมาะสำหรับคนที่อึดจริงๆเท่านั้น เพราะจะต้องทำงานต่อเนื่องหลังเลิกงานประจำและอดหลับอดนอน (นี่ก็ประสบการณ์ตรง--คอนเฟิร์มเลยว่า 1.ต้องอึดจริงๆ 2.แฟนต้องเข้าใจหากไม่มีเวลาให้ ) ซึ่งอันนี้เป็นข้อได้เปรียบของคนที่ทำงานสายอาชีพนี้ กล่าวคือ สามารถทำงานคนเดียวได้ รับจ๊อบได้ เพราะมี Skill ที่ทำเงินได้ติดตัวตลอดเวลา

ดังนั้นจึงถือได้ว่า งานด้านนี้มีรายได้ดีทีเดียว  แต่ข้อเสียคือ ถ้าไม่พัฒนาตัวเอง ไม่แม่นซักเรื่องก็โดนสอยร่วงเอาง่ายๆเหมือนกัน เพราะเด็กใหม่ไฟแรงเกิดขึ้นทุกวัน ที่สำคัญ เก่งๆกันทั้งนั้นซะด้วย !

 

ฝากสุดท้าย...สำหรับการทำงานด้านออกแบบนั้น ต้องเข้าใจว่า "สวย" ของแต่ละคนนั้นให้นิยามไม่เหมือนกัน ความเข้าใจและความต้องการของลูกค้าก็สามารถทำให้การออกแบบไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด เพื่อนร่วมงาน (ในกรณีที่มี) แต่ละคนก็จะมี EGO มากมาย ของกูดี ของกูเริ่ด ความคิดกูดีกว่า ของกูนำเสนอได้ดีกว่า กูเก๋าเกมส์กว่า ฯลฯ เยอะแยะมากมาย อย่าคิดว่าทำอะไรไปแล้วจะผ่าน จะโอเคง่ายๆ จบงานง่ายๆ เปล่าเลย มีองค์ประกอบมากมายที่ทำได้แม้กระทั่ง "รื้อ"งานคุณ "ทิ้ง" ทั้งหมด! (ซึ่งกรณีนี้จะทำให้ Designer จะรู้สึก Fail มาก) และด้วยเหตุนี้เอง เมื่อคุณสมัครงาน จึงมักจะมีคำถามว่า "คุณสามารถทำงานภายใต้แรงกดดันได้หรือไม่?" และในกรณีที่คุณสมัครงานตำแหน่ง Advertising Graphic Designer บางที่จะมีคำถามเพิ่มเติมว่า "คุณสามารถรับ คำสั่ง หรือสามารถสร้างงานภายใต้การควบคุมของ AD ได้หรือไม่" ทั้งนี้เพราะบริษัทจะเข้าใจถึง EGO ที่มีในทุกคนนั่นเอง กล่าวคือ AD ก็ต้องได้อย่างใจคิด ถ้าไม่ได้ก็จะด่า จะโมโห โวยวาย (จริงๆนะ) ส่วน Graphic ก็อยากวาดลวดลายออกแบบตามใจฉัน พอโดน "สั่งแบบนั้นแบบนี้" ก็จะไม่พอใจ โมโหและทำงานออกมาได้ไม่ดี ก่อให้เกิดผลเสียทั้งสิ้น บางบริษัทจึงต้องตั้งคำถามนี้ไว้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง

ตกลง "คุณอยากทำงานอะไร?" คะ

 ----------------------------------ปล.แนะแนวสำหรับผู้กำลังเลือกเรียน--------------------------------

ถ้าอยากเป็นนักคิด [Creative] ให้เรียนนิเทศศาสตร์ โปรแกรมนิเทศศาตร์ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Communication Art ซึ่งหมายถึง ศิลปะการสื่อสารมวลชน คือ สอนให้รู้จักวิธีการสื่อสาร สอนให้ฟัง (เสียงผู้บริโภค) คิด (กลยุทธ์มัดใจ) พูด (เข้าใจง่าย ตรงประเด็น) อ่าน (จับประเด็นที่ต้องการนำเสนอได้) เขียน(โครงสร้างงานโดยรวม) ดังนั้น วุฒิที่ได้รับ จึงเป็น ศศบ.:ศิลปะศาสตร์บัณฑิต ซึ่งไม่ได้เกี่ยวเลยกับ Computer Graphic เพราะหน่วยกิตที่ได้จับคอมพ์นี่น้อยกว่านิเทศศิลป์

 

แต่...

 

ถ้าอยากเป็นนักออกแบบ [Graphic Designer] ให้เลือกเรียนนิเทศน์ศิลป์ (แต่ละมหาวิทยาลัยเรียกไม่เหมือนกัน ขอให้ดูที่หน่วยกิตที่มีการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ Drawing การออกแบบ เป็นหลัก) การสอนจะสอนเรื่องการออกแบบแพจเกจ การออกแบบสื่อโปสเตอร์ รวมถึงการใช้โปรแกรมต่างๆ (แล้วแต่เลือกเรียน) ที่จำเป็นในการทำงานด้าน Graphic

 

ที่แนะไว้ก็เพราะมีประสบการณ์ตรงอีกเช่นกัน
ตอนเรียน "ทะลึ่ง" เลือก นิเทศศาสตร์ ทั้งที่ชอบงานออกแบบ

ซื่อบื้อจริงๆ

ปล. Entry นี้ยาวมากๆ หารูปก็เยอะแล้วก็ใช้เวลานานมากกกกก
หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างนะเนี่ย

*Edit  เพิ่มเติมค่ะ เผอิญไปพบเว็บแนะแนวการศึกษาต่อด้านศิลปะเข้า แนะนำสาขาวิชาของแต่ละมหาวิทยาลัย ไว้ค่อนข้างชัดเจนดีทีเดียว ใครที่กำลังเลือกเรียนก็ตามไปดูได้เลยค่ะ

บล็อกของคุณ (ใน EXTEEN) ฮิตแค่ไหน?

การจัดอันดับนั้นเป็นสถิติ 1 วันที่ผ่านมา นั่นคือ สถิติแบบไม่ realtime นะ 

สรุปวันต่อวัน และไม่ได้นับจาก Pageviews แต่นับจากจำนวน IP Address ที่เข้าชม

เพราะถ้านับจาก Pageviews มีความเป็นไปได้อย่างสูงที่จะเป็นการ "อ่านซ้ำ" "ดูเอง" ฯลฯ

และบล็อกต่างๆ จะมีรายชื่อได้ต้องเป็นบล็อกที่เป็นสมาชิกของทรูฮิตหรือใช้บริการ

ของเว็บสามาชิกเท่านั้น นั่นคือ จะมีรูป Truehits Stat อยู่หน้าบล็อก เอ้า..เช็คๆๆ 

 

มาดู 5 อันดับ TOP RANK  ของเมื่อวาน 11 กพ. 2550

อันดับ 1 http://bignose.exteen.com

อันดับ 2 http://vdoclip.exteen.com

อันดับ 3 http://doogutee.exteen.com

อันดับ 4 http://ffman.exteen.com

อันดับ 5 http://doosong.exteen.com

 

มาขยายรายการดูตัวเลข HOT HIT กัน..... 

สถิติประจำวันที่ 2008-02-11  

 

 

 

ถ้าคลิกเข้าไปในภาพกราฟ จะดูรายละเอียดได้อีก

ขออนุญาตยกตัวอย่างบล็อกพระเอกของเรา

http://bignose.exteen.com

ความนิยมอันดับ 1 ด้วยคะแนนเอกฉันท์ เอ้า..ปรบมือดังๆ

 

 

โอ้ว...สถิติดีไม่มีตกเลยเชียว 

.

.

.

ดูของชาวบ้านแล้วก็มาย้อนมาดูตัว

 

 

 

 

บล็อกของเรา

ARTAmpersand/Needlecard disc with push out letter yING

 

เมื่อวานนี้ สถิติร่วงกราวไปอยู่อันดับที่ 137 จากสมาชิกทั้งหมด 13,318 อันดับ (โอ..น่าดีใจเหลือเกิน)

 

 


 

แล้วนี่กราฟสถิติโดยรวม

 

ต๊ายยย.....ฟ้ากะเหว   

วันไหนพุ่งปรี๊ดก็ปรี๊ดซะมากมาย 

วันไหนเหงาก็ดรอปซะติดดินไปเลย 

เจ๋งป่าวที่รัก!

 

สำหรับคนอื่นๆ และคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของ Exteen ก็เช็คได้เหมือนกันนะคะ (ทั้ง bloggang, storythai,dek-d,kapook ฯลฯ) ถ้าสงสัยใคร่อยากรู้ RANK ของตัวเองว่าอยู่อันดับที่เท่าไหร่?

ก็ตามดูได้ที่นี่เลยค่ะ http://blogrank.truehits.net/?provider=l0022680