คอมพิวเตอร์ สื่อการสอนยอดนิยมสำหรับครูบาอาจารย์ยุคนี้ โรงเรียนไหนไม่มีสอนคอมพ์จะเชยระเบิดระเบ้อ การสอนคอมพ์ของโรงเรียนประถมฯก็มักต้องใช้ "ความสามารถพิเศษ" ของคุณครูเป็นส่วนใหญ่ (ขอไม่พูดถึงระดับชั้นอื่นละกันเพราะเรื่องนี่จะเขียนนี่ประถมล้วนๆ) สังเกตได้จากการขอเก็บ "ค่าสอนพิเศษคอมพิวเตอร์/เรียนพิเศษคอมพ์ฯ/ค่าบำรุงฯอุปกรณ์" (หรืออื่นๆ ตามแต่ทางโรงเรียนจะครีเอท)

ที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะนักเรียนประถมที่บ้าน (ก็หลานนั่นแหละ) เรียน ป.5 และประสบชะตากรรมจากเทคโนโลยีชนิดนี้ ซึ่งจะกล่าวต่อไปว่าปัญหาของมันคืออะไร

เริ่มจากทำความเข้าใจกันก่อนว่า...

ฉันไม่ได้แอนตี้การใช้คอมพิวเตอร์หรือแม้แต่การที่ผู้ปกครองต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อความรู้เสริมชนิดนี้ (โรงเรียนบางแห่งอาจจะไม่แยกเก็บแต่ก็รวมในค่าเทอมนั่นแหละ) เพราะฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้คอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน (เฉลี่ยวันละ 15 ชม.ทีเดียว) และตระหนักถึงคุณค่าและความจำเป็นที่เด็กจะต้องเรียนรู้การใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีอันมีเครือข่ายใยแมงมุม www เป็นขุมทรัพย์ข้อมูลมหาศาลในโลกยุคปัจจุบันของเรา

แต่ เกิดอะไรขึ้นในระบบการเรียนการสอนบ้านเรา?

นักเรียนประถมเปิดปิดเครื่อง / โปรแกรมต่างๆเป็น อันนี้ถูกต้อง เพราะเมื่อเริ่มใช้ก็ต้องเริ่มจากส่วนประกอบและการเปิดปิดนั่นแหละ พิมพ์ดีดเป็นแม้จะช้าแต่ก็เข้าใจได้ ใช้เม้าส์เป็นและเสิร์ชกูเกิลเป็น อันนี้ก็ถูกต้อง ทั้งหมดนี่จะเป็นการเรียนการสอนที่ดูดีมาก ถ้าหลังจากรู้วิธีใช้เบื้องต้นแล้วจะนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

แต่ในภาคปฏิบัติปรากฏว่า ...
ครูอาจารย์กลับสั่งรายงาน/การบ้าน โดยให้นักเรียนหาข้อมูลในเน็ต ซ้ำยัง Suppose ว่าทุกบ้านมีคอมพิวเตอร์และทุกครัวเรือนต่อเน็ตได้! เด็กบางคนไม่มีคอมพ์ หรือมีแต่ต่อเน็ตไม่ได้ก็ต้องแล่นไปร้านเน็ตเพื่อทำรายงาน เสียชม.ละ 20 จ้างเค้า Print อีกหน้าละ 5 บาท 10 บาทก็ว่าไป เท่านั้นยังไม่พอ การบ้านของเด็กก็คือ การเสิร์ชหาข้อมูลตามหัวข้อที่ตั้งให้จากฐานข้อมูลของ google >เปิดหน้าเว็บที่เลือก > Copy > Past ใน Ms.word ทันที! หลังจากนั้น จัดหน้าและพิมพ์ปก Print ส่งครู เป็นอันจบกระบวนการทำรายงาน

ถามว่า คุณได้ให้ความรู้อะไรจากคำสั่งการบ้านอย่างนี้ นอกจากคลิกขวา Copy > Past เป็น! สักแต่ว่าอยากให้ใช้คอมพิวเตอร์เป็น ความรู้อื่นไม่ต้องใส่ใจ ข้อมูลอื่นไม่ต้องจำ ซึ่งถ้านี่เป็นวิชาคอมพิวเตอร์เบื้องต้น จะไม่ว่าเลย

แต่ ขอโทษ ทำรายงานแบบนี้แทบจะทุกวิชาค่ะ!

อย่าแปลกใจเลยถ้าอนาคตลูกศิษย์จะไม่มีความรู้อะไรเลย เขียนหนังสือไม่ถูก อ่านหนังสือไม่ออก นั่นก็เป็นผลมาจากการเรียนการสอนแบบไฮเทคทั้งนั้น เขียนคำนำกับปกกันยังไม่เป็นเลย เห็นพิมพ์คำนำ "รายงานนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อการสอนให้ครู"!?! ถามว่าครูสอนคำนำแบบนี้เหรอ เค้าบอกไม่ได้สอนแต่เขียนแบบนี้ทุกที!?! ส่งงานครู ครูก็ไม่แก้ไขอะไรให้มันถูกต้อง รับไปสบายใจนักเรียนทำการบ้านส่ง จบ!  เวรกรรม!!อนาคตของชาติ

พอเห็นทีไรก็นึกโมโหทุกที การบ้านอะไรไร้ประโยชน์ขนาดนี้ เอาเวลาไปนอน ไปอ่านหนังสืออ่านเล่นยังมีประโยชน์กว่าอย่างน้อยก็สะกดคำเป็น! ไม่ต้องเสียสายตาตั้งแต่เด็ก

คอมพิวเตอร์มันมหัศจรรย์มาก มีประโยชน์ มีคุณค่ามากก็จริง แต่นักเรียนประถมฯนะคะ ถ้าพื้นฐานไม่ดีแล้วต่อไปจะเรียนรู้เรื่องได้ยังไง

มีคอมพ์แล้วอยากให้เด็กใช้คอมพ์ทำรายงานก็ให้เสิร์ชไปสิไม่ว่าอะไร แต่หลังจากนั้นช่วยสั่งการบ้านให้เป็นการเขียนด้วย จะลอกทั้งหมดจากหน้าเว็บหรือจับใจความสำคัญมาเขียนยังได้ประโยชน์ อย่างน้อยระหว่างเขียนยังได้อ่าน ระหว่างอ่านจะจับใจความสำคัญ/ย่อความเป็น พอเขียนจบก็ยังจำได้บ้างจะมากจะน้อยก็ยังได้บ้างดีกว่าศูนย์

หรือ

ถ้าจะเปลี่ยนเป็นให้หัดใช้คีย์บอร์ด หัดจัดหน้า หัดใช้โปรแกรมก็ให้นักเรียนอ่านแล้วพิมพ์จากในหนังสือเรียน อย่างน้อยระหว่างพิมพ์ก็ได้อ่าน ระหว่างอ่านก็ได้จำตัวสะกด พอพิมพ์เสร็จก็ได้ใช้คีย์บอร์ดเป็น จัดหน้าเป็น มีประโยชน์   มากกว่าเป็นไหนๆ ซึ่งอันนี้ต้องฝากครูทุกท่านด้วยเพราะผู้ปกครองไม่สามารถสั่งการบ้านได้ด้วยตัวเอง จะให้บอกลูกหลานว่าเขียนส่งสิมีประโยชน์กว่าก็คงโดนเถียงว่าครูให้ Print ส่ง (ไม่ได้ให้พิมพ์ส่งด้วยซ้ำ แต่ต่อให้มีคำสั่งว่าให้พิมพ์ส่ง คนสั่งก็คงต้อง "อ่อน" มากทีเดียว)                                             

เขียนในฐานะที่เคยเป็นเด็กนักเรียนประถมฯ เคยเป็นครูสอนพิเศษเด็กประถมฯ
และปัจจุบันทำงานเป็น Computer Graphic ได้ โดยไม่ต้องเรียนตั้งแต่เด็ก!!


เล็กๆน้อยๆ ด้วยหวังว่าจะเห็น "อนาคต" ดีขึ้น
ปล.เอนทรี่นี้ไม่ได้ระบุว่า ทุกโรงเรียน หวังว่าจะเข้าใจตรงกัน

ขอบคุณค่ะ

 

Comment

Comment:

Tweet

ระบบการศึกษาไทยคือระบบกดศักยภาพ

#25 By XeeX (103.7.57.18|171.6.244.198) on 2012-09-27 15:59

เดี๋ยวนี้นอกจากจะให้ก๊อปปี้แล้วเพลสแล้ว
ยังให้เอาจากหลายๆแหล่งมาวางรวมกัน
แล้วให้เด็กใส่คำเชื่อมแล้วค่ะdouble wink

#23 By •SH!N*z• on 2008-02-04 17:53

Hot! confused smile

#22 By Pack on 2008-02-04 15:19

เอนทรี่นี้ถูกใจมากๆครับ
น้องผมเหมือนกันเลยนะ
อันนี้ครูไม่ได้สั่งหรอก แต่มันติดเป็นนิสัยแล้ว กลับมาบ้านบอก ทำงาน เข้ากูเกิล วิกิ ก๊อบ เพส ปริ้นท์ แล้วก็เล่นเกมต่อ..
มันอะไรของมัน
Hot!

#21 By -ratsder- on 2008-02-04 10:08

ก็เข้าใจนะครับ ที่หนักกว่าที่กล่าวมาคือ
ความเข้าว่าวิชากคอมพิวเตอร์คือการเรียนและฝึกใช้งานโปรแกรมใด โปรแกรมหนึ่ง
ทั้งที่มันไม่ใช่ ควรจะเป็นหลักการพื้นฐาน การคิด การวิเคราะห์มากกว่า เพื่อเป็นพื้นฐานต่อไปในการใช้งาน

ผมก็ครูคอมพ์ แต่ที่พูดมาเคยทำแล้ว เด็กแอนตี้ ไม่ชอบ มันไช่นะครู มันต้องพิมพ์เวิร์ด นำเสนอผ่านพาวเวอร์พ้อยต์ ทำตารางคำนวณในเอ็กเซล ทำเว็บด้วยดรีมวรีฟเวอร์ หรือตัดต่อภาพด้วยโฟโตช๊อบ

ฮา ไม่ออก เพราะเขาเรียนกันอย่างนั้น confused smile

#20 By 「4GLORY」 on 2008-02-04 10:00

มหาลัยก็ว่าไปอย่างนะเรียนด้วยตัวเอง

แต่ระดับประถมนี่มันร้ายกาจมากครูแบบนี้ Hot!

#19 By อากุง on 2008-02-04 08:18

ถูกใจส่วนนี้มากๆ

"เขียนในฐานะที่เคยเป็นเด็กนักเรียนประถมฯ เคยเป็นครูสอนพิเศษเด็กประถมฯ
และปัจจุบันทำงานเป็น Computer Graphic ได้ โดยไม่ต้องเรียนตั้งแต่เด็ก!!"


ถูกครับ!!! ผมเล่นงาน CG จนเริ่มคล่องได้ ก็เพราะว่าสิ่งนี้

น้องสาวผมได้แต่นั่งบ่น "ครูมัวแต่ส่งการบ้านบ้าบอคอแตกให้ค้นหาในคอม ทำให้กินเวลาที่มีค่าต่อการเรียนรู้ด้วยตัวเองหลายๆอย่างจนหมดสิ้น"

เอะอะ ก็ให้ค้นจากในคอม แล้วไอ้เนื้อที่เห็นในคอมมันไม่ได้มาจากหนังสืองั้นหรอกหรือ?????

แล้วอักขระพยัญชนะและสระที่เห็นในคอมน่ะ มันไม่ได้มาจากการเขียนหนังสือหรอกหรือ???????

แล้วคำศัพท์ วิธีการเขียนเอกสาร รายงาน มันไม่เคยถูกเขียนมาจากหนังสืองั้นหรือ????????

แล้วภาษาน่ะ มันไม่ได้เคยถูกบันทึกไว้ในหนังสือหรอกหรือ???????

สมัยสิบกว่าปีก่อน ครูก็เริ่มสอนใช้คอม (ตอนนั้น 98 กำลังบูมๆ) แต่ครูไม่ได้สอนให้ใช้คอมแบบเหมือนปัจจุบัน เขาสอนให้หัดพิมพ์ หัดลองโปรแกรมที่เห็นๆอยู่บนคอม หัดให้ตั้งค่าต่างๆด้วยตนเอง

ผมได้จุดเริ่มต้นจากตรงนั้น (แค่ลองเปิด Photoshop) เท่านั้นล่ะ ความอยากรู้อยากลองจากตัวเองที่ไม่ได้ถูกใครยัดเยียด ประกอบกับครูที่พยายามตามนักเรียนให้ทันเพื่อก้าวไปพร้อมๆกันอย่างเด็กที่ "มีพื้น"

เอกสารรายงานเดี๋ยวนี้ เฮ้อ.....
เล่นก๊อปมาทั้งดุ้น แล้วอีหรอบนี้ความรู้จะเข้าหัวที่ไหนกันเล่า!

Hot!
ผมว่าน่าจะทำระบบมหาลัยครับ ใช้เว็บเป็นตัวอ้างอิงเฉยๆ สิ่งที่สำคัญคือตัวข้อมูล ต้องอ้างอิงจากเว็บ 5 เว็บขึ้นไป แล้วนำข้อมูลมาเขียนสรุปใหม่ อย่างนี้รายงานที่ได้จะโคตรมีคุณภาพมากขึ้นครับ

#17 By on 2008-02-03 23:13

โรงเรียนเราเปลี่ยนเป็นให้เขียนเองทุกหน้า
แต่ก็นานๆที ก็อ้อนครูกันไปให้ืำอย่างอื่น

ก็อป วาง บางทีไมไ่ด้จัดเนื้อหา
บางทีรายงานไม่รู้ทำเพื่ออะไร ในหน้าคำนำ
ก็เขียนเหมือนเดิมๆ ไป ไม่ได้ความรู็อะไร

แล้วก็ใบงานจะตกแต่งให้เสียเวลาทำไม
เนื้อหาเยอะกลับได้คะแนนน้อย เพียงเพราะไม่ทำให้สวย

แล้วเราจะมาบ่นรึนี้่
เป็นนักเรียนก็ต้องเรียนตามผู้ใหญ่ไป
แล้ว อนาคน ม.6 จะเป็นยังไง ยังไม่รู้เลย

#16 By shimeatsky on 2008-02-03 20:13

สมัยผมเรียนประถมยังไม่มีคอมในหลักสูตรหรอก ทุกอย่างต้องเขียนต้องค้นคว้าเองจากห้องสมุด การจบการศึกษาแต่ละชั้นจึงนับเป็นการใช้ความพยายามอย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นเรื่องดีครับ

#15 By Ripley on 2008-02-03 19:27

เข้าใจและเห็นภาพ และเป็นอยู่อย่างนั้น ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ครับ

อาจารย์บางคนบอกว่า ถ้ามีตังค์แบบไม่มากก็ซื้อคอมฯ ทักษิณมาใช้ก็ได้

พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ... นั่นมันคอมฯ กระป๋องครับท่าน

สงสารชีวิตและแนวคิดของท่านจริงๆ

#14 By buggo on 2008-02-03 18:54

เรามีความคิดเห็นอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการสั่งงานของครู คือที่โรงเรียนเราจะมีการให้เขียน อ่าน คิด วิเคราะห์ เทอมละ 50 เล่ม ฟังดูมันก็ดี จุดประสงค์เพื่อให้เด็กมีความสามารถในการ อ่านสรุปความคิดรวบยอด และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ แต่ผลคือ เพื่อนเราหลายคนบางทีก็เห็นมันนั่งแต่งเอง เอาไงก็ได้ให้มันยาวๆเข้าไว้ พอส่งอ. อ.ก็ดูแค่มันยาวไหม (เพราะนักเรียนก็เยอะให้นั่งอ่านก็ยังไงอยู่) ซึ่งจริงๆก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่านักเรียนมีกี่คน คนตรวจกี่คน คนอ่านกี่คน ทำแบบนี้สุดท้ายมันเหมือนเสียเวลาเปล่า เวลาทำรายงานเราก็มักจะได้ยินคำจากเพื่อนว่า "เขียนๆไปเถอะอ.ไม่อ่านหรอก"
Hot! รอเฝ้าดูเด็กสมัยเติบโตครับ confused smile

#12 By manop on 2008-02-03 17:47

พยักหน้าอย่างเห็นด้วย...


อาจารย์สั่งไป ก็ไม่ได้อ่าน (ที่โรงเรียนหนูนะ..)
สั่งไป เก็บ .. เอางานเสนอคนมาตรวจโรงเรียน จบ...
ใช่ .. อนาคตของชาติจบ



เพื่อนเรา(หลายคน)ที่ทำงานแบบนี้
ชอบเอางานมาให้ดู แล้วถามว่าใช้ได้มั้ย..อาจารย์จะว่ามั้ย
เราตอบกลับไป อาจารย์ไม่ว่าหรอก .. แต่ไม่คิดอ่านงานตัวเองหน่อยเหรอ?

ว่ามันเป็นยังไง ...


เฮ้อ...


Hot!

#11 By ฟ. pharm on 2008-02-03 16:12

อินเตอร์เนต มันไม่ได้มีทุกอย่างเสมอไปน้า....
ให้เด็กๆหาจากแหล่งอื่นบ้างดิ อย่างหนังสือต่างๆพวกเนี๊ยะ

ก๊อปแล้ววางมันง่ายไปน้อง...sad smile

#10 By Maew : แหมว on 2008-02-03 14:54

อิอิ แอบเห็นด้วย

#9 By 2spot studio on 2008-02-03 14:49

ผมว่ามันเป็นเพราะระบบการศึกษา มากกว่าครูนะครับ

เพราะในสมัยใครไม่รู้ ที่อยู่ดีดีระบบการศึกษา ก็เน้นให้เด็กทำรายงานอยู่ได้
วิชาละเล่มหนาๆ ใหญ่ๆ แต่เป็นเด็กปอสามปอสี่!!

สมัยผมเรียน ไม่เห็นต้องมานั่งทำรายงานไร้สาระ
แล้วยิ่งมาสั่งกับเด็กประถม คงไม่แคล้วที่พ่อแม่ต้องมานั่งช่วยทำ
(ผมเคยเห็นเด็กสาธิตจุฬา ป.5 ต้องทำรายงานเป็นร้อยๆหน้าส่งอาจารย์!!!!)
แบบนี้ต่อให้ไม่ใช่การ copy-paste เด็กก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะมันเกินความสามารถเด็ก และเกินความจำเป็นในการเรียนรู้ของเด็ก

อาจารย์เองก็คงขี้เกียจตรวจเหมือนกัน เพราะเล่มก็เยอะ หนา ใหญ่ บ้าบอคอแตก เสียเวลา งานยุ่ง งานเยอะ
มันเลยออกมาเป็นระบบ copy-paste แบบนี้นั่นแหละ
เพราะมันบิดเบี้ยวมาตั้งแต่ตัวระบบอยู่แล้ว

แถมระบบการศึกษาไทย ทำให้เด็กเสียเวลาชีวิตไปเปล่าๆปลี้ๆ 12 ปี
วิชาที่เรียนไป แทบจะเอาไปใช้ต่อในระดับอุดมศึกษาไม่ได้เลย
(โดยเฉพาะในสายสังคมศาสตร์ ที่เนื้อหาสมัยประถมล้วนแต่เป็น โฆษณาชวนเชื่อ แทบทั้งสิ้น)

#8 By nanoguy on 2008-02-03 14:29

ถึงจะเอาเนื้อหาจากตรงโน้นตรงนี้มาปะติดกัน อย่างน้อยถ้าเขียนด้วยมือตัวเองมันก็ยังมีอะไรเข้าหัวบ้างน่ะนะ

แต่ก็อปแปะมาส่งนี่มัน...

ไม่ใช่วิธีที่ดีในการสร้างพื้นฐานการศึกษาให้เด็กเลยนะนี่

#7 By blade on 2008-02-03 14:26

ตอบคุณ KusaYoshi
เข้าใจแน่นอนเลยค่ะว่าครูไม่ได้มั่วซั่วทุกคนหรือระบบการสอนแบบนี้ไม่ได้มีทุกโรงเรียน (ตามที่มีปล.ไว้-อย่างน้อยก็มีคุณ ฉัน(ในอดีต)และแฟนฉัน 3 คนแน่ๆแล้วในตอนนี้ที่ไม่สั่งการบ้านมั่วซั่วแบบนั้น)

แต่อย่างที่บอกโดยส่วนใหญ่และแทบจะทุกวิชาที่ใช้วิธีเฮงซวยแบบนี้สอนเด็ก ผลก็เป็นอย่างทึ่คุณว่า คือตกเป็นปัญหาของเด็กและครูของเด็กในอนาคต ช่างหัวมัน!

เฮ้อ...นี่เขียนไปก็ไม่รู้จะมีครูซักกี่คนเข้ามาอ่านแล้วนำไปช่วยพัฒนา เอาแค่บางคนบางรายวิชาก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

เขียนเอนทรี่หวังผล คล้ายๆ คนทำบุญหวังผลเลยนะเราsad smile

#6 By ying (58.8.134.159) on 2008-02-03 13:27

โอ้ ยกมือเห็นด้วยจริงๆ

ถ้าแค่ทำเท่านั้นก้อไม่เกิดประโยชน์ สู้ลอกบทเรียนด้วยมือตัวเองยังมีประโยชน์มากกว่า

นึกได้แต่ว่า สงสารเด็กๆ

#5 By SaiFoN on 2008-02-03 12:14

เราเป็นครู บางวิชาก็สั่งรายงานให้เด็กไปทำนะ เเต่ว่าไม่เคยสั่งส่งเดช ถ้าอ่านดูเเล้วเเค่ไป copy paste มาก็จะไม่รับ หรือสั่งให้ทำใหม่ ...จริงๆไม่จำเป็นต้องพิมพ์มาก็ได้ถ้าเขียนอ่านออก...เเก้ตัวนิดหน่อย ฮ่าๆๆๆ เพราะว่าครูที่ไม่มั่วซั่วก็มีอ่ะนะคะ

เเต่ยอมรับว่าตามโรงเรียนมักจะสั่งเด็กทำรายงานเเบบทำไปทำไมไม่รู้ ผลคือเด็กก็คิดกลั่นกรองไม่เป็น ..พอเด็กมาถึงเราถึงเป็นระดับมหาลัยจะมีปัญหามาก เวลาตั้งคำถามเด็กว่า ทำไม?? ทำไมทำเเบบนั้น? ทำไมคิดว่าคำตอบต้องเป็นเเบบนั้น?? เด็กจะตอบไม่ได้ เพราะว่าคิดวิเคราะห์ไม่เป็น

#4 By KusaYoshi on 2008-02-03 12:01

ผมก็เกลียดการทำรายงานเหมือนกันHot!

#3 By UnknowPerson on 2008-02-03 11:51

เพื่อนอู๋คนนึง ที่บ้านไม่มีคอมค่ะ
เรียนเก่ง แต่ไม่มีคอม
งานที่อาจารย์สั่งก็ต้องทำด้วยคอมทั้งนั้น
สุดท้าย ตอนนี้มันเลยต้องไปร้านเน๊ตเพื่อทำงาน

สงสารเพื่อนจับใจ

#2 By lullscreen on 2008-02-03 10:47

ผมเกลียดการทำรายงาน.

#1 By book on 2008-02-03 04:45