~เอนทรี่นี้เขียนเพราะความงงงวยโดยแท้~
 
หลายวันมานี้เจอเคสแปลกประหลาดหลายอย่าง
เริ่มจาก
 
รุ่นน้องที่ออฟฟิศอายุอานามก็ไม่น้อย 28-29 ละ วันนึงเกิดมีความรัก โลภ โกรธ หลง ขึ้นมาพร้อมกัน ในออฟฟิศซึ่งเป็นทาวน์โฮมสองชั้น มีระแนงสำหรับออกไปเม้าท์โทรศัพท์ เธอเดินออกไป ณ จุดนั้น แล้วก็.....ปรี๊ดๆๆๆ กรี๊ดๆๆ ใส่โทรศัพท์เสียงดังไปสามบ้านแปดบ้าน!!! ไม่แคร์สื่ออย่างแรง จนสาแก่ใจก็เดินกลับเข้ามาในออฟฟิศ หยิบหูฟังคอมพิวเตอร์มาเสียบ เปิด iTune แล้ว...ร้องเพลงตามโดยหารู้ไม่ว่าเสียงดังและเพี้ยนมาก ทุกคนในออฟฟิศมองหน้ากันแล้วก็....หมดสิ้นวันดีๆไปโดยพร้อมเพรียงกัน Sealed
 
 
รุ่นน้องอีกคนนึงลาออกจากงาน ตกงานฉับพลัน เห็นแล้วก็เกิดความสงสารประจวบกับบริษัทเพื่อนรับพนักงาน ติดต่อสอบถามแล้วเงินเดือนโอเค งานโอเคก็บอกน้องเค้าไป ทีแรกบอกให้เค้าลองคิดก่อนก็ได้ หายไปสองวันน้องโทรกลับมาขอเบอร์ไปติดต่อนัดสัมภาษณ์ หลังจากนั้นหายไปอีกสามวัน เพื่อนโทรมาถามว่า "เออ ยังไง น้องเค้าจะมาเมื่อไหร่" เราก็ "อ้าว ยังไม่ไปเหรอ" งงๆเลยโทรไปหา กะจะถาม ปรากฎว่าปิดโทรศัพท์ไปสองวัน ไปโพสต์บอกในเฟซบุ๊คและส่ง SMS ว่าให้โทรกลับมาเรื่องงานจะเอายังไงจะได้บอกเค้า เธอก็หายเงียบไปอีกสองวัน โทรไปอีกทีเปิดเครื่องละแต่ไม่รับสาย เราก็งง ตกลงน้องเค้าเป็นไร ไม่สบายหรืออย่างไร เจอเพื่อนสนิทเค้าเลยถาม เพื่อนตอบกลับมาว่า "เค้าฝากบอกว่า เค้ากล้บบ้านตจว. ไม่ต้องรอ ให้รับคนอื่นไปเลย" แล้ว.........ทำไมไม่บอกกรุ เอ๊ย! ทำไมไม่บอกกันSealed
 
 
รุ่นน้องอีกคนเล่าให้คนทั้งออฟฟิศฟังว่าไปช้อปปิ้งมา ลองกางเกงเบอร์ L หลวมนิดหน่อย เลยขอลองเบอร์ M ปรากฏว่าแน่นไป พนักงานขายกลับมาชมว่าเบอร์  M นี่แหละใส่แล้วสวย ฟิตพอดีตัวดี เท่านั้นเธอก็เกิดสติแตกต่อว่าพนักงานว่า "นี่เหรอสวย สวยตรงไหนเนี่ย รัดซะจิ๋..ปลิ้นเลยเนี่ย สวยตรงไหนๆ มั่วจริง" โอ......ใช้คำบรรยายได้เห็นภาพมาก ผู้ชายในออฟฟิศยังต้องอาย สตรีไทยยุค 2011 เธอแน่จริง!! Sealed
 
จบการบรรยายดีกว่า
ปวดหัวเหลือเกิน รับไม่ด๊ายยยยTongue out
 
 
ปล. ฝากทุกท่านที่เวะเข้ามา ไปเม้นท์ไปอ่านเอนทรี่นี้ด้วยนะ
ตั้งชื่อบล็อกให้เข้ากับการเลือกตั้งที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ บรรยากาศอันคุกรุ่นชวนให้หาอะไรจรรโลงใจทำ หันซ้ายหันขวาเจอโครงการประกวดเขียนบล็อกจากเว็บดีลชื่อดังก็เลยเอาซักหน่อย เห็นเค้าว่า "ไม่เป็นเซียนก็เขียนได้" เลยจัดการแต่งกลอนด้นสดมาแล้วจัดอาร์ตตามสไตล์ที่ถนัดแล้วมาอัพทันที
 
เวิร์คสุด เฟรชสุด สดมาก มาพินิจกันเลยมา
 
ป้าบบบ.......
 
Photobucket
 

กลอนนี้แต่งเข้าประกวดบล็อกของ ENSOGO แต่ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นเรื่องแต่ง นี่คือเรื่องจริงที่วันนี้พวกเราทุกคนมีโอกาสได้ซื้อได้ใช้บริการของดีราคาถูก โดยที่ไม่ต้องไปสมัครเมมเบอร์นู่นนี่ของสถานที่แต่ละแห่งที่เราใช้บริการแค่เพียงเราสมัครสมาชิกเว็บ www.ensogo.com เราก็จะได้รับส่วนลดต่างๆมากมายเลยทีเดียว หลายๆคนที่ไม่เคยซื้อสินค้าออนไลน์หรือจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตออนไลน์เพราะกลัวเรื่องความปลอดภัย ก็สามารถเข้าไปสมัครสมาชิกและซื้อส่วนลดต่างๆนี้ได้เพราะเราว่าทางเว็บเองก็คงตระหนักในเรื่องนี้ จึงเปิดให้ชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิชได้ด้วย ซึ่งก็เป็นทางออกสำหรับเพื่อนๆที่ยังกลัวหรือสำหรับเด็กนักเรียนนักศึกษาที่ไม่มีบัตรเครดิต การอธิบายขั้นตอนต่างๆอาจเป็นเรื่องยากก็เลยแต่งเป็นกลอนออกมากะไว้ว่าหลังจบโครงการประกวดเราก็จะเอาไปโพสต์ในเฟซบุ๊ค เพื่อให้คนอื่นๆสามารถเข้าใจได้ง่ายๆ

 

ทีแรกก็คิดอยู่ว่าจะเขียนเป็นรีวิวที่เอาคูปองไปใช้มา แต่คิดไปคิดมาการนำคูปองไปใช้ก็ไม่ยากเท่ากับความไว้วางใจที่คนจะตัดสินใจซื้อ เราก็เลยเขียนบล็อกมาในแนวนี้ดีกว่า เพราะเรื่องของเรื่องก็คือว่า เราชอบ ENSOGO เพราะส่วนลดที่ได้รับคุ้มค่าเหมาะกับยุคสมัยดี ประมาณสโลแกน "จ่ายน้อย อร่อยมาก" ยิ่งใครชอบเรื่องเอนเตอร์เทนอยู่แล้วยิ่งดีใหญ่ และเราก็อยากให้เพื่อนๆพี่น้องญาติหรือคนที่เรารู้จักหรือไม่รู้จักได้ลองเชื่อมั่นแล้วก็ใช้กันดู เราชอบของถูกของดีก็อยากให้ทุกคนได้สิ่งนี้เหมือนๆกับเรา

เช่นเดียวกับชื่อ Entry

~ถ้ายังมีโอกาสเลือก จงเลือก~

ตอนนี้ที่ออฟฟิศเต็มไปด้วยนักศึกษาฝึกงาน

หน้าใสบ้าง หน้าไส(หัวไป)บ้าง นับได้ 12 ชีวิต 

 ทีนี้จำนวนเด็กฝึกงานมีมากกว่าจำนวนพนักงาน

จำนวนงาน และจำนวนคอมพิวเตอร์ 

สมการจึงออกมาเป็น 





ปล.ความหมาย

ไอคอนคอมพ์ฟ้าคือ สอนคอมพ์

ไอคอนหัวใจ คือ สอนขั้นตอนการทำงาน

ไอคอนลูกโลก คือ สอนวิธีคิดงาน

ไอคอนคอมพ์เหลือ คือ สอน คอมพ์และวิธีการทำงาน 

ส่วนไอคอนฝูงนศ.สีเขียวๆ นั่นเป็นสัญลักษณ์ว่า เวียนๆกัน ไม่ระบุจำนวนแน่ชัด 

 


แล้วยังไง?  

 

 

 

เช้าวันนี้...

ขณะที่เหล่ายอดฝีมือทั้งหลายยังไม่เข้าออฟฟิศ เด็กฝึกงานประมาณ 8 ชีวิตจับกลุ่มกันดู UBC อยู่ 


หัวหน้าฝ่ายก็ดุเด็กว่า 

"จับกลุ่มกันทำไม ดูทีวีทำไม ทำไมไม่ไปหาอะไรทำ!" 


หลังจากนั้นกลุ่มเด็กฝึกงานก็แตกฮือ กระจายไปมุมต่างๆ ของออฟฟิศ 


พอพี่ครีเอทีฟเดินเข้ามา 

หัวหน้าก็พูดว่า "เนี่ยเด็กจับกลุ่มกันดูทีวี เพิ่งไล่ไม่ให้ดูเนี่ย แย่จริงๆ" 


พอผู้อาวุโสเดินเข้ามา

หัวหน้าก็พูดแบบเดิมอีก 

(ไม่รู้จะเรียกว่าฟ้องหรือโชว์ว่าฉันทำดีก็ไม่รู้) 


ส่วนฉันผู้อยู่ในเหตุการณ์ก็นั่งนึกว่า 

แล้วไอ้ "หาอะไรทำ" มันคืออะไรล่ะ? >>ช่างไม่รักพวกพ้องเอาซะเลย


ในฐานะที่พอจะเหลือเค้าความเข้าใจวัยรุ่นวัยเรียนกะเค้าอยู่บ้าง ก็นึกเห็นใจน้องๆ ขึ้นมาในบัดดล ...


การที่เราโดนดุด่า เราย่อมเกิดคำถามว่า โดนเพราะอะไร? อยู่แล้ว 


ทีนี้คำถามในใจเด็กมันก็คงออกมาในรูปที่ว่า ... กูผิดอะไรวะ? ก็มันไม่มีอะไรให้ทำ? พี่ๆก็ยังไม่มา? มาก็ไม่เห็นมีใครสนใจกูเลย? คอมพ์แม่งก็มีให้ใช้แค่ 2 เครื่องคนแม่งมีเป็นสิบ แล้วอย่างอื่นนี่จะให้กูทำไรวะ? ขัดส้วมเหรอไง? กูไม่ดูก็ได้ เดี๋ยวกูจะนั่งเฉยๆ นี่แหละ ดูซิ แม่งจะด่าอีกไม๊? แล้วถ้าพี่ๆ เข้ามากูจะไปดูเค้าทำงานได้เหรอ? เดี๋ยวแม่งก็ด่าก็รำคาญเอาอีก? แล้วดูไอ้พี่นี่แม่งฟ้องทุกคนจะเอาไงกะกู? มีปัญหาไรนักหนา? ฯลฯ (หยาบคายเล็กน้อยตามวัย)


ถูก เพราะเมื่อพิจารณาตามเหตุปัจจัยแล้ว คำที่นึกค่อนขอดในใจนั้นนับว่า ถูกต้อง 


ฉันเห็นด้วยกับการที่เด็กจะรู้สึกว่า กูผิดตรงไหนวะ! >>ดูให้ท้ายไปป่าวเนี่ย? 


 

 

 

เพราะอะไรน่ะเหรอ?


เพราะบริษัทควรจะรู้ว่าตัวเองมีศักยภาพมากแค่ไหน อุปกรณ์พร้อมแค่ไหน 

 การที่เราจะรับเด็กฝึกงานเข้ามา "ฝึกงาน" เด็กเหล่านั้นก็สมควรที่จะได้ "ฝึกงาน" จริงๆ ได้ทำ ได้ลอง ได้ความรู้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรทำให้มันถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของการรับ "นักศึกษา (มา)ฝึกงาน" "ฝึกทำงาน" ก็ต้อง "ได้ทำงาน&qu